คลังความรู้ · Grammar

สรุป Tense ภาษาอังกฤษที่ออกสอบ TOEIC บ่อย พร้อมตัวอย่าง

อ่าน 6 นาทีอัปเดต 30 ก.ย. 2569โดยทีม SheetLab
สรุป Tense ภาษาอังกฤษที่ออกสอบ TOEIC บ่อย พร้อมตัวอย่าง

เจาะลึก Tense ที่ใช้บ่อยในข้อสอบ TOEIC Part 5 อธิบายวิธีสังเกตตัวชี้เวลาในประโยค พร้อมตัวอย่างจากบริบทที่ทำงานและตารางสรุปครบทุกรูปแบบ

หลายคนอ่านโจทย์ TOEIC Part 5 ออก รู้ความหมายทุกคำ แต่ยังเลือกผิด เพราะโจทย์เรื่อง Tense ไม่ได้วัดว่าเข้าใจประโยคหรือไม่ แต่วัดว่าจับ "ตัวชี้เวลา" ในประโยคได้เร็วแค่ไหน บทความนี้รวมกฎ Tense ที่ออกสอบบ่อยที่สุด พร้อมตัวอย่างจากบริบทที่ทำงานจริง เพื่อให้ตัดสินใจเลือกคำตอบได้แม่นและไว

ทำไม Tense ถึงเป็นเรื่องที่ทำคะแนนได้ง่าย

โจทย์ Tense ใน Part 5 มีรูปแบบตายตัว: ประโยคหนึ่งจะมี "คำหรือวลีบอกเวลา" ซ่อนอยู่เสมอ เช่น every Monday, right now, since 2019, by the time, next year งานของผู้ทำข้อสอบคือหาคำบอกเวลานั้นให้เจอก่อน แล้วค่อยเลือกรูปกริยาที่ตรงกับมัน ไม่ต้องเดาจากความรู้สึกว่าประโยคไหน "ฟังดูถูก"

Present Simple กับ Present Continuous ต่างกันตรงไหน

Present Simple ใช้กับสิ่งที่ทำเป็นประจำหรือเป็นข้อเท็จจริง สังเกตจากคำอย่าง every day, usually, always

Present Continuous ใช้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะพูด สังเกตจากคำอย่าง right now, at the moment, currently

จุดที่คนมักพลาดคือเห็นกริยาที่บอกการกระทำแล้วรีบเลือก Continuous ทั้งที่ประโยคมีคำว่า every หรือ usually ซึ่งต้องใช้ Simple เท่านั้น

Present Perfect และ Present Perfect Continuous

สองรูปนี้ใช้เมื่อเหตุการณ์เริ่มในอดีตและยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ตัวชี้เวลาหลักคือ since กับ for

ถ้าประโยคเน้น "ความต่อเนื่อง" หรือมีคำอย่าง still ปิดท้าย มักใช้ Present Perfect Continuous ส่วน Present Perfect ธรรมดาเน้นที่ผลลัพธ์หรือระยะเวลารวม

Past Simple, Past Continuous และ Past Perfect

Past Simple ใช้กับเหตุการณ์ที่จบแล้วในอดีต มีเวลาชัดเจนอย่าง yesterday, last week, in 2020

Past Continuous ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา มักอยู่ในโครงสร้าง while + Past Continuous, Past Simple

Past Perfect ใช้เมื่อต้องบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต มักมาคู่กับ by the time หรือ before

จุดที่คนมักพลาดคือเลือก Past Simple ธรรมดาทั้งที่ประโยคต้องการบอกลำดับก่อนหลังของสองเหตุการณ์ ซึ่งต้องใช้ Past Perfect กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อน

Future Simple, Future Continuous และ Future Perfect

Future Simple ใช้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีคำบอกเวลาอย่าง next Monday, tomorrow, soon

Future Continuous ใช้กับเหตุการณ์ที่จะกำลังดำเนินอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต สังเกตจาก this time tomorrow, at this time next week

Future Perfect ใช้เมื่อต้องการบอกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนถึงเวลาหนึ่งในอนาคต สังเกตจาก by + เวลาในอนาคต

ตารางสรุปตัวชี้เวลาแต่ละ Tense

Tenseตัวชี้เวลาที่พบบ่อย
Present Simpleevery day, usually, always
Present Continuousright now, at the moment, currently
Present Perfectsince, for, already
Present Perfect Continuoussince + still, for + ต่อเนื่อง
Past Simpleyesterday, last week, in + ปีที่ผ่านมา
Past Continuouswhile + เหตุการณ์แทรก
Past Perfectby the time, before, after
Future Simplenext week, tomorrow, soon
Future Continuousthis time tomorrow, at this time next week
Future Perfectby + เวลาในอนาคต

จุดที่คนมักพลาดบ่อยที่สุด

วิธีทำโจทย์ Tense ให้เร็วใน 3 ขั้น

  1. หาโครงสร้างประโยคก่อนว่ามีกี่เหตุการณ์ และเหตุการณ์ไหนเกิดก่อนหรือหลัง
  2. วงคำบอกเวลาที่ปรากฏในประโยค เช่น since, by the time, next week แล้วจับคู่กับ Tense ที่ตรงกฎ
  3. ตัดตัวเลือกที่ผิดรูปไวยากรณ์ชัดเจนออกก่อน เช่น กริยาที่ไม่ผันตามประธาน หรือรูปที่ใช้เป็นกริยาเดี่ยวไม่ได้ แล้วค่อยเทียบตัวที่เหลือกับกฎ Tense

เมื่อจับหลักการตัวชี้เวลาได้แล้ว โจทย์ Tense จะกลายเป็นเรื่องที่ทำได้เร็วและแม่นยำขึ้นมาก ลองนำกฎทั้งหมดในบทความนี้ไปทดสอบความเข้าใจกับแบบทดสอบ TOEIC Tense 10 ข้อที่เตรียมไว้ให้ แล้วดูว่าจับตัวชี้เวลาได้ครบทุกข้อหรือไม่

ลองทำแบบทดสอบข้อสอบ TOEIC Tense 10 ข้อ พร้อมเฉลย10 ข้อ เฉลยทันที เช็คว่าเข้าใจจริงไหม → อยากฝึกให้ครบทุกจุดที่ออกสอบ
ข้อสอบ TOEIC Grammar: 15 จุดออกสอบบ่อยที่สุด + แบบฝึกหัด 500 ข้อ
฿179 ดูตัวอย่างในเล่ม →